![]() |
|
เข้า หน้าร้อน อีกไม่ช้าไม่นานก็ได้เวลาออกสู่ตลาดของราชาแห่งผลไม้ ไทย นั่นคือทุเรียน อันเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคส่วนใหญ่ในบ้านเรา แม้มี ข้อยกเว้นกับบางคนที่ไม่ค่อยพิสมัยในกลิ่นขอผลไม้ชนิดนี้มากนัก แต่กลับ ยอมรับได้มากกว่า เมื่อนำเนื้อทุเรียนไปแปรรูปเป็นทุเรียนกวน โดยกวน เนื้อทุเรียนสดกับน้ำตาลทรายจนได้ลักษณะเนื้อสัมผัสเหนียว มีรสหวานจัด นิยมบริโภคเป็นอาหารว่าง หรือนำไปทำไส้ขนมเปี๊ยะและขนมไหว้พระจันทร์ การผลิตทุเรียนกวนนับเป็นวิธีการหนึ่งในการเก็บถนอมรักษาทุเรียน ที่มีมากเกินสำหรับการบริโภคสดในช่วงฤดูกาล หรือทุเรียนที่มีคุณภาพไม่ดี พอสำหรับการบริโภคสด เช่น ทุเรียนอ่อน ทุเรียนหล่น ทุเรียนปลาร้าเป็นต้น แหล่งผลิตทุเรียนกวานที่สำคัญอยู่ในจังหวัดทางภาคตะวันออก และภาคใต้ เช่น จันทบุรี ระยองปราจีนบุรี ชุมพร นครศรีธรรมราช และยะลา เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตระดับครัวอุตสาหกรรมในครัวเรือน หลังผลิตเสร็จ ขั้นตอนการบรรจุมีสวนสำคัญต่อการเก็บรักษาให้ทุเรียน กวนคงสภาพไว้ได้นาน ทั้งคุณค่าทางอาหารและรสชาติสีสันเท่าที่พบโดยมาก มักบรรจุกันหลังปล่อยให้ทุเรียนกวนเย็นลงแล้ว ภาชนะที่บรรจุถ้าเป็นขายส่งก็จะใช้ปี๊ป ส่วนการขายปลีกจะบรรจุในถุงพาสติก ปิดผนึกด้วยความร้อน หรือ ยางรัด หรือห่อเป็นแท่งทรงไส้กรอกด้วยฟิล์ม พลาสติก และปิดหัวท้ายด้วยยางรัดหัวท้าย การบรรจุลักษณะนี้ทำให้ทุเรียนกวนเสื่อมคุณภาพได้เร็วเมื่อเก็บรักษา ที่อุณหภูมิห้อง โดยจะเก็บได้นานประมาณ 7 วัน ถ้าเป็นการบรรจุในถุงพลาส ติก แต่ถ้าห่อด้วยฟิล์มจะเก็บได้นานกว่า แต่ตั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความสะอาดขณะ บรรจุ และการไล่อากาศออกไปได้มากน้อยเพียงใด ก่อนการรัดยาง ปิดหัวท้าย สาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ทุเรียนกวนเสื่อมคุณภาพ ส่วนใหญ่มาจากจุลิน ทรีย์โดยเฉพาะเชื้อราชนิดหนึ่งที่ชอบเกิดขึ้นตามอาหารกึ่งแห้ง ในอุณหภูมิ ห้อง หรือไม่ก็เชื้อราบางพวกที่ชอบเจริญเติบโตในบรรยากาศที่มีความชื้นสูง นอกจากนี้การทำปฎิกริยาทางเคมีระหว่างน้ำตาลกับกรดอะมิโนเนื้อทุเรียน กวน เป็นสาเหตุทำให้ทุเรียนที่เก็บไว้ระยะหนึ่งจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากเหลือง |
ปนน้ำตาลเป็นสีน้ำตาลจนถึงน้ำตาลดำ
ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ที่มา : จดหมายข่าวผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชน
|